กระแสเช็คบิลดาราเลี่ยงภาษีของจีน ที่ยากจะมีใครกล้าหืออีกต่อไป

หลังจากเป็นข่าวดังครึกโครมกระเทือนทั้งวงการสังคมการเมืองเศรษฐกิจและวงการดาราของจีน

 

ที่ดำเนินการเช็คบิลบรรดาเหล่าดารานักแสดงที่หลบเลี่ยงภาษีหรือบิดเบือนภาษีซึ่งรายที่เป็นข่าวดังที่สุดก็คือ ฟ่าน ปิงปิง ที่ถูกข้อหาหลบเลี่ยงภาษีด้วยมูลค่าสูงถึง 880ล้านหยวน หรือประเมินเป็นเงินไทยอยู่ที่ราวๆ4,200ล้านบาท ซึ่งถูกมาตรการการจับกุมพร้อมกำหนดบทขู่ลงโทษที่เด็ดขาด และยังตามมาด้วยนักแสดงอื่นๆที่ทางการกำลังไล่จี้ตรวจสอบ

เล่นเอาเป็นที่ตื่นตัวและน่าจะสร้างความยำเกรงให้กับเหล่าบรรดานักแสดงจีนเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งนักแสดงจีนโดยเฉพาะนักแสดงจากฮ่องกงนั้น ถือว่าเป็นบุคคลที่สามารถสร้างรายได้ในตลาดสากลได้อย่างกว้างขวาง จากผลของอิทธิพลอุตสาหกรรมภาพยนต์จีน ที่บุกตลาดโลกได้แพร่หลายมาอย่างช้านาน และยังไม่นับรวมกับความได้เปรียบ ของขนาดประเทศและจำนวนประชากรจีนที่มีอยู่มหาศาล เรียกได้ว่า หากใครสามารถทำรายได้ในจีนได้ก็แทบจะเรียกได้ว่า ทำรายได้กับพื้นที่และประชากรเกือบครึ่งของตลาดโลก

ซึ่งนอกจากนี้บรรดานักแสดงจีนหลายต่อหลายรายนั้นมิใช่มีแต่เพียงรายได้จากการเป็นนักแสดง  แต่ยังสามารถสร้างรายได้จากการลงทุนมีหุ้นส่วนในธุรกิจต่างๆ  จึงไม่แปลกเลยที่ทางการจีนจะถือว่าเรื่องนี้มีมูลค่ามหาศาลที่ไม่อาจยอมได้

อย่างไรก็ตามที่ก่อนหน้านี้มีกระแสจากแหล่งต่างๆเชื่อกันว่าบรรดานักแสดงเหล่านี้คงจะถูกลงโทษ อย่างชนิดแทบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดขังยาวจนโลกลืมเป็นแน่แท้ ตามสไตล์ของประเทศคอมมิวนิสต์จีนที่มีการจัดการกับสารพัดเรื่องอย่างถึงลูกถึงคน

แต่ในการปกครองรูปแบบใหม่ของจีนล่าสุดนี้ หลังจากได้มีการเปิดประเทศหรือผ่อนปรนต่อหลายเรื่อง ทั้งในด้านเศรษฐกิจสังคมและการเมือง ส่งผลให้เรื่องของมาตรการจัดการภาษี เริ่มมีท่าทีที่คำนึงถึงผลประโยชน์ระยะยาวมากกว่า การเน้นเชือดไก่ให้ลิงดู

โดยทางออกที่ทางการจีนได้เลือกใช้คือการให้โอกาส ฟ่าน ปิงปิง ได้ไถ่โทษ ซึ่งก็ยังคงทำออกมาได้ในกลิ่นอายที่เป็นไสตล์ของคอมมิวนิสต์อยู่พอสมควร โดยให้ฟ่านปิงปิง ได้เขียนจดหมายกล่าวยอมรับผิด และขอโทษ พร้อมทั้งเชิดชูยกย่องทางการจีน อย่างชนิดที่ไม่ว่าใครได้อ่านข้อความจดหมายที่ถูกเผยแพร่อย่างเป็นสากลนี้  ต้องแอบอมยิ้มเนื่องจากสัมผัสได้ว่าเป็นจดหมายที่ถูกควบคุมและปรุงแต่งจากทางการ

แต่เหนือไปกว่านั้น นี่เป็นสัญญาณบ่งชี้ได้ถึงการควบคุมได้อยู่หมัด ต่อผู้ที่หนีภาษีว่าหากตกอยู่ในการจับกุมของทางการแล้วจะมีสภาพออกมาเช่นไร ย่อมสร้างความหวาดหวั่นแก่จำนวนดาราที่เหลืออยู่ไม่น้อย  ให้ต้องรีบทำในสิ่งที่ผิดให้เป็นถูกหรือออกมายอมรับโทษจากหนักกลายเป็นเบา หรือมีสิ่งแลกเปลี่ยนในทิศทางบวก  อย่างเช่นในกรณีของฟ่านปิงปิง  ที่จะยังคงมีโอกาสได้กลับมาโลดแล่นในวงการอีกครั้งมีโอกาสที่จะทำเงินให้กับทางการได้ หรือมีโอกาสที่จะเสาะหาเงินที่หมกเม็ดไว้ไม่ว่าที่ใดนำมาชดใช้ให้ได้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่หลักแหลมปนแอบโหดของทางการจีนที่เชื่อมั่นในอำนาจการติดตามจับกุมในสารพัดกรณี และเชื่อเหลือเกินว่าต่อจากนี้ยากที่จะมีใครอาจหาญกล้าหลบเลี่ยงอีก

Author: Calvin Carroll